Thai Man Immigration Story
Ads.
วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ใบขับขี่
ใบขับขี่
นอกจาก PR Card, SIN Catd และ OHIP Card แล้ว ใบขับขี่ก็เป็นเอกสารสำคัญ ที่ควรรีบทำใบขับขี่ให้เร็วที่สุด เพราะงานบางอย่างจำเป็นต้องมีใบขับขี่ และอายุของใบขับขี่จะมีผลต่อค่าประกันภัยรถในภายภาคหน้า
ผู้ที่มีสิทธิสมัครขอใบขับขี่ส่วนบุคคลใน Ontario ต้องมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ขั้นแรกต้องผ่านการสอบ Vision Test (สอบเรื่องสายตา และตาบอดสี) และการทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฏหมายและป้ายจราจร (ไปสอบได้เลยโดยไม่ต้อง make appointment) เมื่อผ่าน 2 ขั้นตอนนี้ก็จะได้ใบขับขี่ Class G1 หลังจากนั้นภายใน 5 ปี ต้องสอบผ่าน Road Test 2 ครั้งคือ ผ่าน G1 road test เพื่อให้ได้ใบขับขี่ Class G2 และผ่าน G2 road test เพื่อให้ได้ใบขับขี่แบบ full license (Class G) หากภายใน 5 ปี ยังไม่ได้ Class G ก้ต้องกลับไปเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ (รายละเอียดสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ในhttp://www.mto.gov.on.ca ในหัวข้อ Drivers and Vehicles
ปกติเมื่อเราได้ G1 มาแล้ว ก็สามารถขับรถได้ ถ้ามี คนที่ได้ G เกิน 4 ปี นั่งอยู่ข้างหน้ากับเรา หลังจากนั้นต้องรอ 1 ปีจึงจะมีสิทธิสอบ G2 เมื่อได้ G2 ซึ่งสามารถขับเองคนเดียวได้ แต่ห้ามขึ้น Highway แล้วต้องรออีก 1 ปีจึงจะมีสิทธิสอบ G แต่สำหรับคนที่มีใบขับขี่ตลอดชีพเกิน 4 ปี มาจากเมืองไทย (แปล และ notarized มาด้วย) เอาไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ ตอนเราสมัครสอบ G1 จะทำให้มีสิทธิสอบ G ได้เลยโดยไม่ต้องรอปีนึง และหากสอบ G ไม่ผ่าน อีก 10 วัน ก็ต้องไปเริ่มไปสอบตั้งแต่ G2 และถ้าผ่าน G2 แล้วก็รออีก 10 วัน ก็มีสิทธิสอบ G ได้อีก (สรุปว่าถ้าสอบตก ก็รออีก 10 วันก็ไปสอบใหม่)
ก่อนไปสอบ G1 ผมอ่านหนังสือของ Ministry of Transportation ที่มีขายทั่วไปตามร้านโชว์ห่วยแถวบ้าน อ่านแล้วมึนตึบ จับต้นชนปลายไม่ถูก โชคดีได้ “มด” น้องคนไทยที่ทำงานที่เดียวกัน ให้หนังสือตัวอย่างข้อสอบ ของโรงเรียนสอนขับรถมาให้อ่าน ก็เลยท่องไปสอบ ที่ office ของ Ministry of Transportation แถวๆถนน Bay & Bloor สอบครั้งเดียวก็ผ่าน
การขับรถในแคนาคา ไม่ง่ายสำหรับผม เพราะที่นี่ขับรถพวงมาลัยซ้าย แต่ที่เมืองไทยขับรถพวงมาลัยขวา ที่นี่ขับชิดขวา แต่ที่เมืองไทยขับชิดซ้าย สลับทิศกันไปหมด เวลาสอบขับ ก็สอบกับถนนจริงๆ แถมเวลาสอบ มีเจ้าหน้าที่มานั่งข้างๆ อยู่ข้างหน้าเพื่อดูเราขับด้วยอีกต่างหาก ไม่เหมือนบ้านเราที่สอบในสนามสอบ และเจ้าหน้าที่ก็ยืนดูอยู่ข้างล่าง
ผมไปเรียนขับรถที่โรงเรียนสอนขับรถใกล้ๆ บ้าน ราคา 450 CND เรียนประมาณ 10 ชั่วโมง โดยเขาจะนัดและพาไปสอบใบขับขี่ให้ด้วย ที่แรกที่ผมไปสอบคือที่ “Toronto Metro East” Victoria Terrace Plaza สอบครั้งแรกผมมีสิทธิสอบ G เลย เพราะแปลใบขับขี่ตลอดชีพจากเมืองไทย ที่มีอายุเกิน 4 ปีให้เขาไว้ตอนที่เราไปสอบ G1 ผมตื่นเต้นมากๆ ตอนออกรถหูอื้อไปหมด เขาพูดอะไรก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง บวกกับไม่ชินทาง เขาพาขึ้น Highway บอกให้เราขับตรงไป เราเสือกขับช้าชิดขวา แล้วขับลงจาก Highway เขาก็เลยให้เราขับกลับเลย ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที สอบตกเรียบร้อยโรงเรียนแคนาดา
ครั้งที่สองหลังจากครั้งแรก 10 วัน คราวนี้ผมต้องเสียเงินไปเริ่มสอบ G2 อีก คราวนี้เขาพาไปสอบที่ “Toronto Downsview” ซึ่งผมว่ายากกว่าที่ “Toronto Metro East” เข้าไปอีก พอออกจากที่จอดรถ ขับเข้าถนนที่จะไปสอบ ด้วยความเคยชิน ผมเลี้ยวซ้ายแล้วก็ชิดซ้ายด้วยความมั่นใจ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าให้ชิดขวา แล้วให้กลับรถกลับไปที่จอดรถเลย สอบตกเรียบร้อยโรงเรียนแคนาดาอีกเช่นเคย
หลังจากนั้นอีก 3 เดือน ผมเสียเงินไปเรียนที่ Young Driving School ในราคา 980 CND เรียนในห้องเรียน 10 ชั่วโมง แล้วเรียนขับรถอีก 10 ชั่วโมง คราวนี้เขาสอนผมขับรถอย่างเป็นกิจลักษณะ มีการซ้อมสอบขับรถและให้คะแนน ครูที่สอนบอกว่าผมขับรถได้นะ แต่ให้ลดความตื่นเต้นลงเวลาไปสอบจริง
ครั้งที่สาม คราวนี้ผมต้อง Book online เพื่อที่จะไปสอบที่ “Toronto Metro East” Victoria Terrace Plaza มีน้องคนไทยช่วยเช่ารถให้แล้วนั่งไปเป็นเพื่อน ให้ผมขับไปสอบ คราวนี้สอบตกอีก เพราะผมยังควบคุมความตื่นเต้นของตัวเองไม่ได้ เวลาขับผ่าน Stop Sign ผมหยุดไม่สนิท เขาเรียกว่าหยุดแบบ rolling stop และไม่ได้ check blind spot เวลาเปลี่ยนเลนหลายครั้ง
ครั้งที่สี่ คราวนี่ผมเลือกที่จะนัดสอบตอนบ่ายสอง เพราะเป็นช่วงที่ถนนไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก คราวนี้ลางานทั้งวัน แต่ไปที่สนามสอบกันแต่เช้า เอาแผนที่เส้นทางที่เป็นไปได้ที่เขาจะพาไปสอบไปกางดู แล้วก็ไปขับวกไปเวียนมาอยู่แถวนั้นประมาณ 2-3 ชั่วโมงก่อนจะสอบ คราวนี้พอสอบจริงก็คลายความตื่นเต้นลงไปได้บ้าง
ที่นี่เวลาสอบเขาจะเน้นมากเรื่องการเช็ค Blind spot (ต้องเอี้ยวหัวไปดูเวลาจะเปลี่ยนเลน ไม่ใช่แค่ดูในกระจกมองข้าง) เวลาขับรถผ่านสี่แยกใหญ่ๆ บางสี่แยก ไม่มีไฟเขียวให้เลี้ยวซ้ายเหมือนบ้านเรา ต้องขับตรงออกไปกลางสี่แยกเพื่อรอให้รถทางตรงเบาบางลง แล้วค่อยเลี้ยวซ้าย ซึ่งตื่นเต้นมากสำหรับผม แถมก่อนเลี้ยวต้องเช็คว่าไม่มีคนกำลังเดินข้ามถนน ไม่งั้นถือว่าร้ายแรงมาก สอบตกทันที ช่วงระหว่างที่รอ หากไฟเปลี่ยนจากเขียวเป็นเหลือง ก็มองดูรถทางตรงว่าเขาชะลอเพื่อจอดหรือเปล่า เมื่อเห็นเขาชะลอเพื่อที่จะจอดแล้ว เช็คว่าไม่มีคนกำลังเดินข้ามถนน แล้วค่อยเลี้ยว พอเลี้ยวซ้ายได้สักระยะเราต้องเปลี่ยนเลนไปอยู่ทางขวา
การสอบทั้งสามครั้งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ให้ผมขับกลับมาที่จอดรถด้านหลังตลอด แล้วให้ใบสีเหลืองๆ บอกว่าเราสอบตกเพราะอะไร คราวนี้เจ้าหน้าที่เป็นฝรั่งใจดี เตือนผมหลายครั้งเหมือนกันเรื่อง blind spot แต่ในที่สุดก็ให้ผมผ่าน โดยให้ขับรถมาจอดด้านหน้า ให้ใบสีขาว แล้วให้ไปรอเพี่อรับใบขับขี่แบบ G2
วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Cyprus Lake
Cyprus Lake
ปลายหน้าร้อน ต้นฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว พี่ Shawn อยากให้ผมได้เปิดหูเปิดตาบ้าง ก็เลยกรุณาขับรถพร้อมกับเรือ Canoe บนหลังคา พาผมกับลูกชายคนโต ขึ้นไปทางเหนือ ไป camping ที่ Bruce Peninsula National Parkof Canada ใกล้ Tobermory on Georgian Bay และ Lake Huron โดยไปพักที่ Cyprus Lake Campground ห่างจาก Toronto ประมาณสองร้อยกว่ากิโล ผมกับลูกชายนั่ง Go Train ไปบ้านพี่ Shawn และออกเดินทางจากบ้านพี่ Shown ตอนเย็นวันศุกร์ และเดินทางกลับตอนเที่ยงวันอาทิตย์
ระหว่างทางที่พี่ Shawn ขับรถผ่านเมืองต่างๆ ในชนบท ผมคิดว่าชีวิตผมเหมือนฝัน ห่างจาก Toronto ไปไม่เท่าไหร่ ก็มีสถานที่ที่น่าอยู่ สวยงามเป็นธรรมชาติจริงๆ สัตว์ที่มักตายบนท้องถนน ไม่ใช่หมา กลับกลายเป็นตัวแร๊คคูน
อากาศประมาณ 0-4C ต้นไม้ต่างๆ ยังเขียวชอุ่มอยู่ ประมาณ 5 ทุ่มของคืนวันศุกร์ เราไปถึง Cyprus Lake Campground ซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ และ Lake ต่างๆ ที่จำได้ก็คือ Cyprus Lake, Marr Lake และ Horse Lake เดินจากที่พักไปประมาณ 23 ก้าวก็ถึง Cyprus Lake เมื่อไปถึงเราก็ช่วยกันกางเต็นท์ นั่งกินเบียร์ คุยกันคนละ 2-3 ขวด ตาดูดาว เท้าติดดิน จนประมาณตี 2 ก็เข้านอน
ตอนที่อยู่เมืองไทย ผมไม่ใช่คนที่ชอบลุยเที่ยวแบบนี้มากนัก ชอบเที่ยวตามสถานที่ที่สะดวกสบายมากกว่า ครั้งนี้จึงเป็นการนอนในถุงนอนครั้งแรกของผม ซึ่งก็ได้ความรู้ใหม่คือ ต้องนุ่งกางเกงในนอน ไม่งั้นเหงื่อจะออกมามาก และเปียกชื้นไปทั้งตัว ชะเง้อมองไปที่ซุ้มใกล้ๆ เห็นมากันเป็นครอบครัวใหญ่ ขับรถลากตู้นอนเข้ามากันเลย ผมฝันว่าสักวันจะพาครอบครัวมาเที่ยวอย่างนี้บ้าง
เช้าวันเสาร์ เราตื่นกันแต่เช้าทำอาหารกินกันเสร็จ ก็เตรียมพกน้ำกับผลไม้ติดตัวเพื่อที่จะไป Walk trail กัน นี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมเหมือนกัน Trail ที่นี่มีหลาย trail ให้เลือกเดินในระยะทางที่ต่างกัน เราเลือกเดิน Georgian Bay-Marr Lake Trail
http://www.pc.gc.ca/pn-np/on/bruce/activ/activ1_e.asp
Georgian Bay-Marr Lake Trail - 3km, 3.0 hours, difficulty varies
The Georgian Bay Trail is the easiest and quickest path to the park's scenic cliffs and shore. At the shoreline this trail meets the Bruce Trail, giving the option of two different routes.
Halfway Rock Point offers an excellent vista: on the northern horizon lie Flowerpot and Bear's Rump islands in Fathom Five National Marine Park. From here the trail enters Indian Head Cove, favoured by both swimmers and SCUBA divers. West of this cove are two sea caves, the Natural Arch, and further along, the Grotto.
These caves were carved from the rock face by centuries of waves beating on the porous dolomite of the cliffs. At least two underwater entrances lead into the Grotto from the Bay.
The return route via Marr Lake is identified by signs on the cobble beach west of Indian Head Cove. Be careful. This route is rough as it crosses the rubble along the shore between the Grotto and Marr Lake.
ไม่รู้จะบรรยายว่ามันสวยงามยังไง ระหว่างทางที่เดินไป คนน้อยมาก เนื่องจากอากาศค่อนข้างเย็นแล้ว มีธรรมเนียมอย่างนึงที่เขาทำกัน คือเวลาเดินผ่านที่พักใคร หรือเดินสวนทางกันใน Trail เขาจะทักทายกัน แรกๆ ผมก็เขินเหมือนกัน แต่เห็นพี่ Shawn เขาทัก ไปๆ มาๆ ผมก็เอามั่ง Good Morning ไปตามเรื่อง พี่ Shawn เล่าว่าหน้าร้อนคนมาเที่ยวกันเยอะ ผมนึกภาพสมัยที่ผมเคยดูในหนังฝรั่ง หลายๆ เรื่อง ที่นักเรียนเขามา Camping กันในป่าใกล้ๆ กับ Lake พอได้มาจริงๆ ผมว่าสวยกว่าในหนังหลายเท่านัก
กลับจาก Walk Trail เราช่วยกันแบกเรือ Canoe ไปที่ Lake พี่ Shawn พาพายไปหลาย Lake มาก และเราเป็น Canoe ลำเดียวใน Lake นั้น บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ และสวยงามมาก เราใช้เวลาอยู่ใน Lake หลายชั่วโมงก็กลับมาที่ Lake ใกล้ๆ ที่พัก ให้พีท (ลูกชายคนโต) กับ พี่ Shawn ได้เล่นน้ำกัน ส่วนผมก็นั่งกินเบียร์สบายใจ
หลังจากทำอาหารกินกันในตอนเย็น คืนวันเสาร์ เรานอนกันไม่ดึก เพราะเหนื่อยกันมาทั้งวัน เช้าวันอาทิตย์ เราก็ออกเดินทางแต่เช้าเพื่อไปแวะเที่ยว Lake อื่นๆ และแวะซื้อของฝากจากร้านของอินเดียนแดง ไปฝาก ผบ.ทบ. ระหว่างทางกลับ เราผ่านเมืองเมืองนึง ที่มีชุมชนชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว เขามีความเชื่อว่าไม่ใช้รถยนต์ ใช้แต่รถม้า ใส่สูทสีดำ เหมือนในหนังโบราณ ดังนั้นจะเห็นรถม้าวิ่งกันเยอะแยะ เหมือนในหนังโบราณไม่มีผิด
พี่ Shawn พาแวะไปเที่ยวที่บ้านของพ่อพี่ Shawn ซึ่งสงบมาก พ่อพี่ Shawn พาไปเที่ยวโรงนาที่เก่าแก่กว่า 100 ปี สาธิตวิธีการเลี้ยงผึ้ง การขนของเข้าโรงนาในสมัยก่อน และพ่อพี่ Shawn ให้น้ำผึ้งมา 1 กระป๋องย่อมๆ และเก็บ Apple มาฝาก ผบ.ทบ.ด้วย
ผมเห็นด้วยกับคุณ Thai Girl ที่ว่าทำงานไปเที่ยวไปตอนที่มีแรง ดีกว่าเอาแต่ทำงานแล้วไปเที่ยวเอาตอนแก่ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีเวลาสักที อยากหาเงิน down บ้านสักก้อน แล้วเอาเงินที่จ่ายค่าเช่าอยู่ตอนนี้ไปผ่อน หลังจากนั้นคงทำงานให้น้อยลง
ขอบคุณครอบครัว Taylor มากๆ มา ณ ที่นี้ครับ สำหรับสิ่งดีๆ ที่ให้กับผมมาตลอด ครั้งนี้จุดประกายให้ผมอยากได้ใบขับขี่ให้ทันหน้าร้อนนี้ จะได้พาครอบครัวไปที่นี่อีกครั้ง ...
วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Niagara Falls
Niagara Falls
ผมเชื่อว่าหลายคนที่มาทวีปอเมริกาเหนือ คงอยากไปเที่ยว Niagara Falls บ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยก็มีรูปน้ำตก Niagara Falls ไว้ในอัลบั้มรูปของตัวเองเป็นแน่
ทั้งทั้งที่ห่างจาก Toronto แค่ขับรถชั่วโมงเดียว จนแล้วจนรอดผมก็ไม่ได้มีโอกาสไปเยือนสักที จนกระทั่งต้นหน้าร้อนปีที่แล้ว ผมทำเรื่องให้แม่ยายมาเยี่ยมหลานๆ อย่างไม่ยากเย็นนัก ก็ได้คุณ Seng กับคุณบี ซึ่งอยากให้ผมได้เปิดหูเปิดตาบ้าง กรุณาเช่ารถ Van พาไปครอบครัวไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ ด้วยค่าเช่ารถที่ไม่แพงมากนัก
เราออกจาก Toronto ประมาณ 9 โมงเช้า แวะ shopping ที่ Niagara on the Lake แบบที่หลายคนไปกัน ผมค่อนข้างตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศชานเมืองมาก หลังจากนั้นก็แวะกินข้าวที่สวนสาธารณะ ระหว่างทาง ก่อนมุ่งหน้าไปที่น้ำตก
อากาศหน้าร้อนที่นี่ ร้อนตับแตกเลยไม่แพ้ที่เมืองไทย หลังจากจอดรถที่ปลายๆ น้ำตก ผมกับครอบครัว ก็พากันเดินย้อนกลับมาเพื่อดูทางด้านหน้าของน้ำตกที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ปรากฎว่าเดินมาได้ครึ่งทางก็ต้องถอยกลับไปหอบแฮ่กๆ ที่รถ เพราะร้อนมาก คนก็เยอะ
นั่งดูคนเดินผ่านไปผ่านมา ดูคนเขามา Picnic กันก็เพลินดี ในที่สุดก็พากันกลับไปแวะซื้อเสื้อผ้าที่ Outlet แล้วกลับบ้านอย่างมีความสุข แม่ยายกลับเมืองไทยจะได้ไปคุยได้ว่าตูก็ได้มาเที่ยวน้ำตก Niagara กะเขาเหมือนกัน อย่างไรก็ดี รูปที่ผมเอามาฝาก ผมไม่ได้ถ่ายเองหรอก มีพี่คนไทยคนนึงแกเอามาให้ Copy ลง CD ให้ ก็เลย Copy เก็บไว้มั่ง ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยนะครับ
จนกระทั่งช่วง Cristmas ปีที่แล้ว ก็มีโอกาสมาแม่ยายและครอบครัว ไปเที่ยวอีกครั้งในหน้าหนาว โดยได้รับคำแนะนำจากพี่หมี ว่าให้ไปพักที่ Ambussy Suite Hotel
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ในที่สุดก็ได้งาน Application Developer จนได้
ในที่สุดก็ได้งาน Application Developer จนได้
เรื่องมันเป็นมายังไง ถึงได้งานนี้
ต้นเดือน July 2005 ขอกู้เงินจาก OSAP ไปเรียน Oracle Internet Developer course ที่ University of Toronto เป็น Full Time Course ระยะเวลาเรียน 6 เดือน
ค่าเรียน 8,500 CND เนื่องจากมีลูก 3 คนจึงได้เงินช่วยเหลือฟรีต่างหากอีก 1,500 CND และให้เงินกู้เพิ่มต่างหากอีก 2,500 CND (รายละเอียดเยอะ เอาไว้จะเล่าให้ฟังวันหน้า)
ต้นเดือน November 2005 Co-op office ให้เราส่ง Resume ไปให้ เขาจะช่วยปรับปรุง Resume และส่ง Resume ให้เรา หากมีบริษัทติดต่อไป ซึ่งมีทั้งแบบ Co-op (ไม่ได้เงิน), Contract และ Permanant Job
ผมคิดว่าเป็นการดีไม่น้อยที่วงเล็บชื่อเล่นแบบฝรั่งไว้ข้างหลัง เพราะหลายคน Recognise ผม จำผมได้จากชื่อที่เรียกง่าย ไม่ว่าจะเป็นครูในห้องเรียน, เพื่อนร่วมห้องเรียน, เพื่อนร่วมห้องนอน (ผบ.ทบ.), Dental Office และ Recruiter ต่างๆ (Hi Jack กันเป็นแถบ)
----
Xxxxx Yyyyy (JACK), B.Sc., Diploma Oracle E-Commerce and Internet Development
99 Xxx Avenue, #000, Toronto, ON ▪ X2X 2Y4
Cell: (416) 999-9999 ▪ H: (416) 888-8888
E-mail: Xxxxx@yahoo.com
Skilled, intelligent and personable computer professional with considerable experience in business system analysis/design, software development, database modeling and computer support programs. Capabilities in diverse industries. Strong team player, interpersonal skills, fast learner, very analytical and adept problem-solver. Seeking a position that will make use of my expertise in:
Systems Analysis / Design Database Development / Data Modeler Program Development
Database Administration Network Administration
TECHNICAL SKILLS SUMMARY:
Developer Tools: Oracle Developer 2000, Oracle Designer 6i, 9i, 10g, SQL, PL-SQL, Erwin, JAVA, J2EE, XML, Visual Basic 6, .NET, COBOL, Clipper, FoxPro, Visual FoxPro
RDBMS: Oracle 7, 8i and 9i, 10g, Microsoft SQL Server, Microsoft Access, FoxPro/Clipper, VAX VDMS, HP Turbo Image
Platform: Windows 98, XP, 2000, 2003 Server, UNIX, Linux
Network and Hardware: Assembly and disassembly of PC units, Ethernet, Token Ring, TCP/IP, IPX/SPX, NetBIOS, PPP, VPN, ADSL, ISDN, ATM, Hubs, Bridges, Routers, Dial-up, LAN, WAN, HP 3000, HP 9000, VAX, NEC ASTRA
Software: Microsoft Exchange Server 2000, 2003, Lotus CC-mails, Domino, Microsoft Proxy Server, ISA Server, TOAD, Symantec Anti-virus, Anti-spam, Mail Security, PC Anywhere, Microsoft Project, Word, Excel, PowerPoint, Visio, Outlook, Front Page, Publisher
Applications: Supply Chain Management, Sea-freight Management, Freight Forwarder, Consolidator, Truck Fleet Management, Container Depot Management, Warehouse and Distribution, Inventory Control, Customs Broker Management, Asset Management, Time Attendance, Payroll, Account Payable, Account Receivable, Finance, Budget and General Ledger
EMPLOYMENT EXPERIENCE:
Xyz Co., Ltd., Thailand : Logistics Business Provider
Computer System Consultant 2004 – 2005
Business System Analyst / Developer / PC and Networking Support 1997 – 2004
Transferred from ABC Co.,Ltd. (see page 2)
• Designed data flow diagram, relational database modeling by using MS Visio and Erwin respectively.
• Analyzed, designed, developed, documented and implemented Supply Chain Management, Truck Fleet Management, Container Depot Management, Warehouse and Distribution, Inventory Control, Customs Broker Management, Asset Management, Time Attendance, Payroll system with Oracle Developer 2000 and Oracle Designer 6i, 9i, 10g.
• Led team to enhance computerized systems and improve working processes. Boosted performance within one year by creating a management tool to allow a set number of staff to handle increased volume and service requirements: trucking volume increased from 500 to 5,000 jobs per month, and accounting staff decreased from 25 to 12 persons.
• Reduced warehouse-processing time by 40% by designing and implementing an enhanced shipping document.
• Liaised with clients regarding EDI, computerized systems and information technology. Coordinated with vendors and maintained third parties’ software by making minor modifications as required such as FA, AR, AP and GL.
• Designed, installed and supported hardware and software infrastructure for Microsoft Server Family. Supported system administration, firewalls, anti-virus, system maintenance, security protocols, monitoring tools, load balancing, back-up and recovery procedures. Boosted computerized system from 7 PCs to 4 COMPAQ/Intel servers, over 120 clients at head office and more than 30 clients for 3 branches. Led and supervised 4 programmers.
• Installed and provided technical support for Oracle Database on Windows platform. Involved troubleshooting, accountability of security protocols, controlling use, upgraded fix patch, designed routine backup and recovery procedures and generated script to maintained performance and storage. Assisted developers with the creation of stored procedures, scripts, and utilities. Provided similar services for Microsoft Exchange Server 2000, 2003, as well as setting up e-mails functions for all employees.
• Assisted developers with analysis and query/access design recommendations to support application performance requirements, and recommendation for query/access modifications to enhance application performance. Analyzed and designed networking traffic for the best application performance.
• Assembled and disassembled of PC units, hardware, networking, software trouble shooting as well as training and helpdesk supported.
Xyz (Thailand) http://www.xyz.co.kr/eng/index.cfm : Sea-freight Business
Freelance Job (Project Leader, System Analyst and Programmer) MAR – APR 2003
• Analyzed, designed, developed, tested, documented and implemented Sea-freight Management, Freight Forwarder/ Consolidator System from booking creation, B/L, EDI, Container Inventory Control, Invoicing, Cashier and Payroll system by using Oracle Designer 6i, 9i for main application and Visual Basic, .NET, Crystal Report on Microsoft SQL Server for local requirements.
Various Freelance Job (Project Leader, System Analyst and Programmer) 2002-2004
• Designed, developed, documented and implemented many freelance jobs in various systems such as Terminal Management System, Restaurant Management System, and Management System for furniture manufacturer. Utilizing skill in Oracle Designer 6i, 9i.
ABC Co., Ltd., Thailand : Sea-freight Business
Relationship to Xxx Group – Singapore and APL (American President Line) 50% JV http://www.abc.com.sg/
Programmer Analyst / PC and Networking Support 1993 – 1997
• Developed Container Inventory Control, Time Attendance, Invoicing, Cashier and Payroll system by using by using Oracle Designer 6i, 9i. Installed, technical supported of Oracle Database. Provided troubleshooting and upgrade fix patch.
• Implemented and maintained existing Freight Management System by making minor modifications as required such as Booking, B/L and accounting system for inbound and outbound sea-freight utilizing skills in Powerhouse and COBOL on HP-3000 and HP-9000, Clipper, FoxPro, Visual FoxPro and Visual Basic on PCs.
• Developed and implemented the EDIFACT message IFTMBC for booking confirmation, IFTMIN for Bill of Lading - Provides detailed shipment bill of lading and rating information for both of outbound and inbound shipment, CODECO - Container Gate-in/Gate-out Report, COARRI - Container discharge/loading report and etc with all associates by using Oracle Designer 6i, 9i and Visual Basic.
• Provided computer hardware, software, networking and telephone system trouble-shooting.
Seagate Technology (Thailand)
Programmer 1992 – 1993
• Maintained existing computer programs by making minor modifications as required such as fixed asset (MANMAN) and GL system utilizing skills in Powerhouse, COBOL on HP-3000 and Clipper on PC.
• Conversed and made modifications of fixed asset system from HP-3000 to VAX.
Standard Chartered Nakornthon Bank Public Company Limited, Thailand
Programmer 1989 – 1991
• Maintained existing computer programs by making minor modifications as required such as Cheque Account System, GL, Budget and Treasury system utilizing skills in COBOL on NEC ASTRA and Clipper on PC.
EDUCATION:
Bachelor's Degree in Computer Science 1985 – 1989
Silpakorn University, Thailand
Diploma Oracle E-Commerce and Internet Development 2005
University of Toronto, Canada
http://www.utoronto.ca/deeds/ftcourse/pwelcome.html
---
Resume ที่เขาปรับแต่งให้ดูกระชับ และคมขึ้น ขนาดผมเองยังบอกตัวเองว่า “นี่กูเหรอวะ” resume นี้ทำให้มีการเรียก Interview บ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (แต่ก็แห้วมาหลายที่มาก)
ผมไม่ส่งเฉพาะ Resume ... ครั้งนี้ลักษณะงานรวมทั้ง tool ที่ใช้ในการพัฒนา ตรงกับงานที่ผมทำอยู่ที่เมืองไทยกว่า 10 ปีถึง 90% … ผมส่ง portfolio (ตัวอย่าง screen ที่ผมออกแบบ, data flow, data flow diagram, คู่มือการใช้งานระบบ 2 หน้าแรกพอเป็น idea ที่แปลงจาก PowerPoint เป็น pdf) ไปด้วย เลือกเฉพาะที่ match กับงานที่สมัครเท่านั้น ผมรู้ว่าภาษาอังกฤษตัวเองไม่ดีนัก แต่ถ้าพูดเรื่อง technical skill งานที่เคยทำประกอบกับ Portfolio ก็แค่เปิด แล้วอธิบายตามนั้น
- มีการ e-mail มานัดว่าจะมี Telephone Interview ผม print เอกสารทุกอย่างเตรียมไว้ทันทีไม่ว่าจะเป็น Portfolio, Resume รวมทั้ง เบอร์โทรและเวลานัดหมาย (กลัวว่าถึงเวลา เสือกเข้า Internet ไม่ได้ จะซวย) ถึงเวลานัด
- ผ่าน telephone interview เขาถามว่าสะดวกมา interview ที่ Office เขาเมื่อไหร่ ผมหยิบปฎิทิน ที่วางไว้มาใกล้ๆ ตอบทันที น้อย (ผมพยายามนัดตอนเช้า ด้วยอยากให้ตัวเองเป็นคนแรกของวันนั้น)
- หลังจาก Telephone interview ส่ง Thank you letter หลังจากวางสายประมาณ 10 นาที ทันที
Hello Jxxxx,
Thank you for taking your value time to interview with me this morning to discuss the Application developer position. I am excited to talk with you and learning more about your company and a lot of challenge tasks.
I have been work with Oracle Database on Windows/Intel environment since I joined ABC Co.,Ltd. as only one IT staff in 1997. There were 7 stand alone PCs on that time. I designed networking environment, installed and supported Oracle Database 8i on Windows NT by working closely with freelance Oracle Database Administrator who held 1 year contract with us. I designed data flow diagram, relational database modeling by MS Visio and Erwin respectively. I developed programs by Oracle Developer 2000, Oracle Designer 6i, 9i and 10g (some programs for upcountry branches) on later time.
After database administrator’s contract end, I also held Computer System Analyst, Network and Database Administrator tasks, hired and supervised 4 programmers, responsibility to 4 COMPAQ/Intel servers with over 120 clients at head office and more than 30 clients for 3 branches. I kept developing programs as well as assisted developers with programming tactics, the creation of stored procedures, scripts, and utilities.
I continue learning about UNIX, HTML, JAVA, J2EE, XML and .NET programming at DEEDS project.
This position sounds very interesting and I am confident that my education and experience has provided me with the qualifications necessary to work effectively with your team.
I am looking forward to meet with you at your office on Tuesday, November 22 and hopefully to join your team in the near future. I can relocation if necessary.
Best wishes for all,
Xxxxx Yxxxxx (Jack), B.Sc.
99 Zzzzz Avenue, #000, Toronto, Ontario X4X2Y4
Cell: (416) 999-9999 (Any time)
Resident: (416) 888-8888 (with recording machine if I am not available)
- มี e-mail มา confirm เวลานัดหมาย .... ผมจัดแจงบอกเจ้าของร้านขอลางานที่ร้านอาหาร ล่วงหน้าทันที
- ก่อนสัมภาษณ์ ผมเตรียมคำตอบที่คาดว่าน่าจะถามบ่อยๆ ถามแน่ เช่น Tell me about yourself? แต่ผมจะไม่ท่อง คืออยากให้เป็นธรรมชาติ เป็นตัวเองมากที่สุด
- ผมต้องไปถึงก่อนเวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงเสมอ ทุกครั้งจะต้องไป Taxi เพราะไม่อยากกังวลเรื่องเวลาเดินทาง (ผมจะเรียก Taxi ขาประจำ ประมาณว่า Warm up พูดคุยภาษาอังกฤษกับ Taxi ไประหว่างทาง และให้เขารอรับกลับเลย สุดจะเสียดายตังค์เหมือนกัน (ยืนทำงานตั้งหลายวันกว่าจะได้) บางครั้งค่า Taxi 100-160 CND ทิป 30-40 CND ทุกครั้ง) ครั้งนี้ผมไปก่อนเวลานัด 1 ชั่วโมง มีเวลาตั้งสติ โชคดีได้ไปรอในห้องสัมภาษณ์ก่อนคนเดียว (ตามแผน)
- ผมเอารายละเอียดบริษัทที่ print จาก website วางไว้ข้างตัว วาง portfolio เตรียมไว้ 5 ชุด, Resume 5 ชุด เรียงวางไว้ แบบ Overlap จะได้หยิบง่าย คนอื่นก็มองเห็น (ผมเคยถูกสัมภาษณ์จาก 5 คนพร้อมกัน) ถอดเสื้อกันหนาววางไว้หนังเก้าอี้แบบในหนัง ... ปรับเก้าอี้ให้สูงพอดีกับความสูงของเรา
- เลือกนั่งหันหน้าออกประตู (ส่วนใหญ่ประตูจะมีกระจก มองเห็นด้านนอก) เวลาคนสัมภาษณ์เราเข้ามา เขาจะได้นั่งหันหลังให้ประตู ไม่วอกแวก ไม่เห็นข้างนอก มีสมาธิฟังเราพูด
- ได้ผล ... คนที่ Interview ผม มี 3 คน ผมลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปจับแบบ บีบมั่นคง ครั้งเดียวแล้วปล่อย (Shawn แฟนพี่โอภาสอนมา) “I’m Jack, I am very pleased to meet you” (อันนี้พี่หมีสอนมา) มี 2 คนเดินมามือเปล่า ... ผมให้ Resume และ Portfolio ที่วางไว้ใต้รายละเอียดบริษัทที่ print จาก website แบบว่าเวลาหยิบ เขาจะได้เห็นว่าผมได้เตรียม print รายละเอียดบริษัทมาอ่านแล้ว ... ทุกคนนั่งหันหลังให้ประตู
- ระหว่างสัมภาษณ์ มีบางคนพูดค่อยมาก ผมสังเกตว่ามีคนนึง คอยช่วยผมตลอด ช่วยอธิบายคำถาม แถมบางที ช่วยตอบอีกต่างหาก (เพราะเขาอ่าน Resume และ Portfolio ที่ผมส่งให้ก่อนหน้าที่จะ Interview มาแล้วแน่ๆ) คนนี้ช่วยผมได้มาก เขารู้ว่าผมพูดไม่เก่ง แต่เขาชอบ portfolio ของผม เขาพูดหลายครั้งว่าดูที่การออกแบบสิ ว่าละเอียด ตั้งใจมาก แสดงว่าเป็นคนทำงานรอบคอบ attention to detail
- หลังจาก Interview ผมไม่ไปทำงานต่อ แต่รีบกลับบ้าน หรือแวะ Internet Café ทันที ครั้งนี้ผมเห็นเพื่อนร่วมห้องเรียนนั่งรอสัมภาษณ์ต่อจากผม… ผมไม่กลับบ้านทันที แต่ให้ Taxi ให้พา Internet Café ที่ใกล้ที่สุด ส่ง Thank you letter (ที่เตรียมไว้แล้ว) ทันที ประมาณบอกตัวเองว่า “กูต้องส่งก่อนคนอื่น”
- ผมส่ง e-mail 3 ครั้ง ถึงคน 3 คน ด้วยเนื้อความคล้ายกัน
สำหรับคนที่เคยสัมภาษณ์ผม ทางโทรศัพท์ และเคยส่ง Thank you letter ไปแล้ว
Hello Jxxxx,
Thank you so much for taking your value time to interview with me this afternoon to discuss the Application developer position.
This position sounds very interesting and I am confident that my education and experience has provided me with the qualifications necessary to work effectively with your team.
I am looking forward to relocate to Mississauga and join your team.
Best wishes for all,
Xxxxx Yxxxxx (Jack), B.Sc.
99 Zzzzz Avenue, #000, Toronto, Ontario X4X2Y4
Cell: (416) 999-9999 (Any time)
Resident: (416) 888-8888 (with recording machine if I am not available)
สำหรับ 2 คนที่เหลือ ผมได้นามบัตรมา (บางครั้งไม่ได้นามบัตรมา พยายามจำชื่อหรือตำแหน่งไว้ ... อาจจะได้ e-mail address จาก website ก็เป็นได้) ผมส่ง Thank you letter คล้ายๆ กับ Thank you letter ฉบับที่ผมส่งไปแล้วหลังจาก Telephone Interview
ผมนอนไม่หลับทั้งคืน กลัวว่าจะไม่ได้งาน วันรุ่งขึ้นผมตัดสินใจ เขียน e-mail ถึงคนที่ผมรู้สึกว่าเขาพอใจผม (อันนี้ผมรู้สึกเอาเองว่างั้น)
Hello Jxxxx,
With my respectfully to your decision, however, after thinking several times, I decide to write this e-mail to you.
I would like inform you that I feel confident about my ability to contribute to your organization efforts and I really need the job. It's better than I work in the kitchen which I'm very tried as well as feel pain my arms, back and legs, right now.
Your decision will give me and my family a new life.
Best wishes for all,
Xxxxx Yxxxxx (Jack), B.Sc.
99 Zzzzz Avenue, #000, Toronto, Ontario X4X2Y4
Cell: (416) 999-9999 (Any time)
Resident: (416) 888-8888 (with recording machine if I am not available)
ดูน่าสงสารมั้ยครับ ผมนั่งอ่านแล้ว อ่านอีกอยู่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนกลั้นใจ กด Enter ส่งไป (ทั้งๆ ตามตำราต่างๆ บอกต้อง smart ห้ามทำตัวน่าสงสารเด็ดขาด) ผมตั้งใจส่งตอนดึกมากๆ เลยละ
Jxxx ตอบมาค่อนข้างดี
หลังจากได้รับ e-mail ผมถึงกับลางาน รอฟังข่าวในวันนั้นเลย
Jxxx โทรมา 5 โมงครึ่งตอนเย็น คำถามแรกคือถามเรื่องเงินเดือนที่ผมอยากได้ ผมก็ตอบไป แต่ลงท้ายว่า “Anyway, I will absolutely accept your standard rate”
Jxxx บอกมาว่า Your salary is more than your expect, it is xx K / year หลังจากนั้นก็ถามว่าจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่
หลังจากวางสายผมดีใจมาก โทรหาเจ้านายเก่าที่เมืองไทยทันที ลืมไปว่าตอนนั้นตี 5 ครึ่งที่เมืองไทย แกก็ดีใจหายรับโทรศัพท์ แถมไปทำงานแต่เช้า ส่ง mail ไปทั่วบริษัทว่าผมได้งานแล้ว
ผมโทรบอกแทบทุกคนที่อยู่ใน list โทรศัพท์ ทั้งที่เมืองไทย ที่ Canada คนที่ผมเคยส่งข่าวว่าผมหางานอยู่
วันแรก กับงาน Application developer
โชคดีที่มีเพื่อนร่วมห้องเรียน ได้งานที่เดียวกัน (เป็นผู้หญิง Philipino เธอพูดภาษาอังกฤษเป็นต่อยหอยเลย) ก็เลยมีเพื่อนคุย ไม่ค่อยขัดเขินเท่าไหร่
วันแรก ก็มีการแนะนำให้รู้จักคนอื่นใน Team (ประมาณ 12 คน) จากชาติต่างๆ หลายประเทศมาก แต่ละคนพูดอังกฤษไฟแลบเช่นกัน ที่นี่ทำงานเงียบมาก (มีคุยกันบ้างเบาๆ ถ้าจะ discuss เขาจะพากันเข้าห้องประชุม
จะมี Software ที่ track การทำงานของเราตลอด ตั้งแต่เริ่มเข้างาน ต้องลงเวลา start ใน Time Sheet (Software คล้ายๆ excel แต่ละเอียดกว่ามาก) หลังจาก sign in ด้วยชื่อและ password ของเรา ... ใน Time Sheet นี้ เราก็จะเห็น Work Order และรายละเอียด ที่ส่งมาจาก support team (ที่รับปัญหามาจากลูกค้า) หรือจาก Project Manager หรือจากคนที่มีปัญหากับ software หลังจากเราพัฒนาหรือแก้ไขเสร็จ ก็ต้องบันทึกรายละเอียดปัญหาที่พบ, วิธีแก้ไข หรือ script ที่เราเขียน update ลงใน time sheet ระบุว่าคนที่ต้องทำต่อจากเราคือ QA Team ซึ่ง Work Order นี้ก็จะไปแสดงในหน้า Time Sheet ของ QA ต่อไป หลังจากผ่าน QA แล้ว ก็จะส่งให้ support Team ซึ่งเป็น Front line ที่ Contact กับลูกค้าโดยตรง (ดังนั้นผมไม่มีหน้าที่คุยกับลูกค้า มีหน้าที่เขียน program อย่างเดียว)
ทุกวันศุกร์ จะมีการพากันออกไปกินอาหารนอกสถานที่ วันนี้เขาพากันไปกินที่ Swiss Chalet (เป็นการกินอาหารตามร้านแบบนี้ครั้งแรกของผมใน Canada) สั่งไม่เป็น ต้องบอกให้เพื่อนสั่งให้ (เอาเหมือนเพื่อนทุกอย่าง) ที่นี่ absolutely share คือ มา 10 กว่าคน ต่างคนต่างสั่ง แยกบิลชัดเจน เวลาจ่ายเงินเลยดูวุ่นวายแปลกๆ
คนไปกินอาหารที่ร้านนี้เยอะ เลยใช้เวลารออาหารนานหน่อย แต่ผมก็นั่งยิ้มคนเดียว นึกภาพตัวเองอยู่ในครัว กับ list สั่งอาหารยาวเป็นตับ คนในครัวทุกคนมือเป็นลิงไม่ได้หยุดมือ คุยกับเพื่อน Philipino ก็คิดคล้ายกัน เพราะเธอก็เคยทำงานอยู่ Tim Horton เหมือนกัน เธอบอกนึกภาพเธอถามลูกค้า “Double Double ?” ตอนยุ่งๆ ได้เลย
วันที่ 10 ธันวาคม จะมี Charismas party ที่ร้าน (จำชื่อไม่ได้) เป็น charismas party แรกของผมใน Canada เหมือนกัน
หลายคนอาจสงสัยว่ารายได้ดีไหม ... ผมลองคำนวณดูแล้วว่า หลังจากหักภาษี, เงินช่วยเหลือบุตร (child tax benefit) และ child care subsidy แล้ว net income ก็พอๆ กับที่ผมเคยทำงาน 2 jobs ที่ร้านอาหารไทยกับ ร้านอาหารฝรั่ง (เพราะที่ร้านอาหารไทยผมรับเงินสด ไม่เข้า payroll) หรืออาจน้อยกว่า waiter บางคนที่รับ tip เป็นเงินสด
ผมเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าระบบภาษี และการช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่นี่ ทำให้มีชนชั้นกลางเยอะ ไม่ต้องดิ้นรนเดือดร้อนมาก พออยู่พอกิน เข้าถึงสาธารณูปโภคต่างๆ ได้เท่าเทียมกัน อย่างไม่ลำบากมากนัก
แต่ที่ต่างกันคือ ผมได้ทำงาน 8.30 – 17.00 จันทร์ – ศุกร์ ... ทำงานนั่งโต๊ะกับ computer ประสิทธิภาพสูง จอขนาด 19 นิ้ว (ไม่เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยสมองแทน) ... 1 ปีที่ผ่านมาผมทำงานวันละ 12-15 ชั่วโมงแบบกลับบ้านเมื่อยแขน เมื่อยขา ปวดหลังไปหมด มีโอกาสไปร้องคาราโอเกะ 2-3 ครั้ง / ปี (ไม่เหมีอนอยู่เมืองไทย ได้ร้องคาราโอเกะ 2-3 วัน / อาทิตย์)
วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554
OSAP (Ontario Student Assistance Program)
OSAP (Ontario Student Assistance Program)
ตอนมา Land ใหม่ๆ ผมตั้งใจว่าจะไม่อยู่ใน Toronto Downtown เพราะอยากอยู่อย่างสงบๆ ตามชานเมือง ใครจะไปรู้ว่าการที่ครอบครัวผมได้มาพักอยู่ที่ ตึกเดียวกับพี่ชื่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Downtown Toronto มากนัก จะทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางอย่าง University of Toronto ในเวลาต่อมา
จะสังเกตได้ว่า 80-90% ของคนที่ใช้บริการ TTC (Toronto Transit Commission) มักจะมีกระเป๋าสะพายติดตัวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแบบ backpack หรือแบบสะพายบ่า เพื่อพกของจิปาถะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อาหาร Music Player แบบพกพา หรือหนังสือเอาไว้นั่งอ่าน หรือยืนอ่านบนรถ นอกจากนี้ตามป้ายรถเมล์ต่างๆ ของที่นี่จะมีหนังสือต่างๆ แจกฟรี ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเรียนต่อ หนังสือโฆษณาสมัครงาน หนังสือโฆษณาสถานที่ท่องเที่ยว หนังสือประกาศขายบ้าน-ขายรถทั้งใหม่และเก่า รวมทั้งหนังสือพิมพ์แบบหยอดเหรียญขาย ผมหยิบติดมือยังไม่พอ ยังพกใส่กระเป๋ากลับมาอ่านที่บ้านอีกต่างหาก
เดือนแรกที่มาอยู่ที่นี่ ผมเห็นประกาศรับสมัคร Oracle Internet Application Developer ของ University of Toronto จากหนังสือดังกล่าวข้างต้น แล้วอยากเรียนมาก เนื่องจาก 80% ของ Course Outline ค่อนข้างตรงกับที่ผมใช้ในการทำงานมากกว่า 10 ปี โดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ได้เรียนหรือมี Certificate ใดๆ มาจากเมืองไทยเลย ผมเข้าไปหาข้อมูลจาก Website พบว่าเป็น Fulltime Course ระยะเวลา 6 เดือน ด้วยค่าเรียน 8,500 CND เท่ากับเงินเกือบทั้งหมดในกระเป๋าของครอบครัวผมในตอนนั้น
ตอนนั้นผมทราบมาว่า PR ก็สามารถกู้เงินเรียนจาก OSAP ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องพำนักอยู่ใน Ontario เป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 12 เดือน ซึ่งเท่ากับกับว่าผมต้องรออีกประมาณ 1 ปี จึงจะมีสิทธิกู้เงินนี้ได้ อย่างไรก็ตามผมค่อนข้างโชคดีที่ หลังจากที่ผมเข้าไปอ่านข้อมูลใน website (osap.gov.on.ca) โดยละเอียดพบว่าในข้อนึงของ Eligibility Requirements ที่ว่า
You must meet one of the following criteria to meet OSAP's Ontario residency requirements:
• You have always resided in Ontario.
OR
• Ontario is the last province you resided in for 12 consecutive months without being a full-time postsecondary student.
ยังมี Additional Information ต่อท้ายว่า
If you have never resided in any Canadian province for 12 consecutive months in which you were not a full-time postsecondary student, you may be eligible for assistance in Ontario. If you wish to determine if you are eligible, contact the financial aid office at the Ontario postsecondary institution you plan to attend to discuss your situation. You may be required to provide a history of your (and your spouse or parent(s), if applicable) residency in Canada as well as documentation that confirms your date of entry into Canada (e.g., Canadian Immigration Record, Permanent Resident Card, or Protected Persons Status Document).
มาถึงตรงนี้ผมอยากจะฝากกับหลายๆ คนที่สอบถามข้อมูลจากคนที่รู้จัก หรือเคยผ่านประสบการณ์ตรงนั้นมาก่อน เป็นเรื่องที่ดี เพื่อที่จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น และหลายคนก็ยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งที่จะตอบคำถามหรือข้อสงสัยนั้น อย่างไรก็ตามอย่าหยุดแค่ถามแล้วก็เข้าใจว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ควรถามจากหลายๆ คนเพื่อเป็นข้อมูลที่หลากหลาย และที่สำคัญที่สุดคือเข้าไปตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานนั้นโดยตรง เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ คนที่เคยผ่านตรงนั้นมาก็เป็นข้อมูลในตอนนั้น อาจไม่ใช่ข้อมูลในปัจจุบันทั้งหมด
นับได้ว่าผมโชคดี Additional Information ที่ว่าไว้ข้างต้นเพิ่งมีผลใช้ก่อนผมจะมา Land ไม่นาน แต่ Course ที่ผมอยากจะเรียนเปิดรับสมัครแค่ปีละ 2 ครั้ง เริ่มเรียนเดือน January และเดือน July ตอนนั้นผมสมัครเข้าเรียน เดือน January ไม่ทันแล้ว ผมอ่านท่อนที่ว่า “discuss your situation” อยู่หลายรอบ ก็ตัดสินใจเอาเองว่าผมกับผบ.ทบ.ต้องทำงานแบบเสียภาษี เพื่อตั้งใจว่าถ้าผมสมัคร OSAP หลังจากระยะเวลา 6 เดือนที่มาอยู่ที่นี่ ผมจะได้พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า เราตั้งใจอยู่ที่นี่เป็นการถาวร และไม่ได้งอมืองอเท้า เราดิ้นรนทำงานที่เราไม่เคยทำ ผมกลัวว่าถ้าผมทำงานแบบไม่เสียภาษี ผมจะตอบคำถามเขาไม่ได้ว่า ครอบครัวผม 5 คนอยู่อย่างไร เอาเงินที่ไหนมาใช้ถ้าไม่ทำงาน
ถึงบรรทัดนี้ มีหลายคนคงทราบดีว่าเวลาเห็นเงินภาษีที่โดนหักไปแต่ละเดือน แล้วใจหาย ก็เลยทำงานแบบไม่เสียภาษีเพียงอย่างเดียวซะเลย ซึ่งจากประสบการณ์ของผม ผมว่าระยะยาวแล้วการทำงานแบบเสียภาษีได้ประโยชน์ในระยะเวลาต่อมาจริงๆ
ขณะที่ทำงานที่ร้านอาหาร ผมยังอ่านหนังสือประกาศรับสมัครงานอยู่เสมอ และยื่นสมัครงานไปกินแห้วอยู่หลายครั้งหลายครา จนกระทั่งเห็นประกาศรับสมัครเรียน Course ที่ตั้งใจไว้ ก็รีบสมัครทันทีด้วยกลัวว่าจะเต็มก่อน (ผมอ่านในเงื่อนไขแล้วว่า เสียค่า Admistration Fee 200 CND ถ้าสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ผ่าน แล้วผมมีเวลาสมัคร OSAP อีก 1 เดือนก่อนที่จะจ่ายค่าเรียนงวดแรก และถ้าโชคร้ายไม่ได้ OSAP ผมก็เสียค่า Admistration Fee นั้นไป)
ที่ผมชอบอย่างหนึ่งของที่นี่คือ Hi-speed Internet ที่เร็วจริงๆ ในราคาที่เราสามารถรับได้ ถ้าอยู่ที่เมืองไทย ที่speed ที่ผมใช้อยู่ราคาไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือนแน่ๆ แต่ที่นี่ผมจ่ายประมาณ 45 CND ต่อเดือน ผมคิดว่าการที่ มีการใช้ Internet กันอย่างแพร่หลายและมีความเร็วสูง (เปอร์เซนต์การใช้ Internet ในครัวเรือน ของ Canada เป็นอันดับต้นๆ ของโลก) ทำให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนพยายามพ้ฒนา Online Application ขึ้นมาเพื่อลดระยะเวลาการทำงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผมเป็นพวกที่ชอบ Online ก็เลยมีหลายๆ อย่างที่พยายามทำผ่าน Online (บอกตรงๆ บางครั้งผมหลีกเลี่ยงที่จะคุยทางโทรศัพท์ เพราะ listening และ Speaking ผมไม่ค่อยดีนัก)
ผมกรอกข้อมูลเพื่อสมัครเรียนที่ Course ดังกล่าวทาง online แล้วได้ e-mail ตอบกลับมาดังนี้
Dear Jack,
Thank you for applying to the DEEDS Project "Oracle 10g E-Commerce and Internet Development" course.
You are now invited to visit our office and take the entrance test. We can answer any questions which you may have about our course at that time.
Please come between 8:30 AM and 4:00 PM any week day to Room 14290, Robarts Library, 130 St George Street, Toronto M5S 3H1. This is a short walk south of the St George subway station. You must take the elevator from the SECOND floor of Robarts to the 14th floor. Then turn left and keep turning left, following the signs to the DEEDS Project.
I look forward to meeting you.
Project Manager
Project Manager (คนที่สัมภาษณ์ผม) ให้ผมสอบข้อเขียนประมาณ 20 ข้อ 40 นาที ซึ่งไม่ยากจนเกินไปนัก หลังจากนั้นก็เป็นการสัมภาษณ์ประมาณ 15 นาที หนึ่งในคำถามนั้นคือทำไมผมอยากมาเรียน Course นี้ ผมก็ตอบไปว่าผมมีพื้นฐานด้านนี้อยู่บ้าง ก็เลยอยากจะเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อเป็นประโยชน์ในการหางานและพัฒนาความรู้ความสามารถที่จะทำงานทางด้านนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป
Project Manager ไม่ตอบผมในตอนนั้นว่า ผมสอบผ่านการคัดเลือกหรือไม่ แต่ส่ง e-mail ตอบรับ ในวันถัดมา
Congratulations! This is to confirm that you have satisfied the entrance requirements for our DEEDS Project course, ORACLE 10g E-Commerce & Internet Development.
I can offer you a provisional seat in our next course which will begin on Tuesday July 5, 2005 and run for twenty five weeks until Friday December 23, 2005.
Please let me know as soon as possible if you wish to accept this offer, by paying our non-refundable administrative fee of $200, by VISA, Master Card, certified cheque or money order, payable to the University of Toronto. This is required to reserve a place in the course, and will hold a seat for you until June 30th.
Please be aware that you MUST then confirm this seat with a refundable deposit of $2,000 on or before June 30th, otherwise your seat may be given to someone on the waiting list.
The deposit is refundable, apart from the $200 administrative fee, up to and including the first week of the course. There are no refunds after the first week. The full cost of the course is $8,500 which includes all instruction, computer time, and official course materials. 40% discount vouchers for the Oracle Certified Professional exams are also provided.
If you have any questions about this, or to pay by credit card, please call me at xxx-xxx-xxxx
We look forward to working with you in July.
Sincerely
Project Manager
หลังจากที่ผมสมัคร OSAP ทาง Online ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็มี e-mail ตอบรับมาว่าได้เงินกู้แล้วทั้งหมด 11,000 CND และเงินแบบให้เปล่าจากการที่มีลูก 3 คน อีก 1,500 CND รวมเป็น 12,500 CND เงินดังกล่าวจะถูกแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด โดยงวดแรกจ่ายให้ต้นเดือน September จึงต้องใช้เงินของเราจ่ายไปก่อนประมาณ 2,000 CND (รับบัตรเครดิต ตรงนี้สำคัญมากสำหรับคนไม่ค่อยมีเงินสำรอง และจากการที่ทำงาน และมีเช็ครายได้เข้าบัญชีเป็นประจำ ทำให้ผมได้บัตรเครดิตมาหมาดๆ โดยไม่ต้องใช้เงิน Deposit)
เงินจาก OSAP จะถูกโอนเข้าบัญชีเราเป็นคราวๆ ไป ตลอดระยะเวลาที่เรียน และเราต้องเอาไปจ่ายให้ที่สถานศึกษาเอง ซึ่งก็สามารถแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ เช่นกัน โดยเราสามารถเช็คระยะเวลาการโอนเงินให้เราได้ทาง Website ของ OSAP เมื่อเรียนจบจะมีจดหมายให้ชำระเงินเป็นรายเดือน โดยนับจากวันที่เรียนจบประมาณ 6 เดือน สำหรับผมต้องชำระคืนประมาณเดือนละ 165 CND
เวลาเรียนเข้าห้องเรียนของ Course นี้คือ 11:00 ถึงประมาณบ่ายสอง ส่วนเวลา 8.00 – 11.00 และ 14.00 – 17.00 จะเป็นเวลาที่ให้นักเรียนไปฝึกฝนในห้อง Computer และทำ Assignment โดยเลือกได้ว่าจะเข้าตอนเช้าหรือตอนบ่าย เนื่องจากเป็น Full time course ดังนั้นเกือบร้อยเปอร์เซนต์ของนักเรียนในห้อง ซึ่งมีประมาณ 30 คนก็หวังว่าหลังจากเรียนจบจะได้งานกัน อย่างไรก็ดีระหว่างที่เรียนก็เห็นมีหลายคนที่ได้งานทำ จากนั้นมาเรียนมั่ง ไม่เรียนมั่ง แต่ต้องส่ง Assignment และทำ online test ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีเกณฑ์คะแนนผ่าน 70%
ผมเลือกเข้าห้อง Computer เวลาเช้า หลังจากนั้นก็เข้าห้องเรียน เรียนเสร็จก็แวะไปกินข้าวหน้าหมูกรอบที่ China Town ชามละ 5.75 CND ทุกวัน จนคนขายจำได้แบบเดินไปนั่ง ยกมือขึ้นรู้เลยว่าจะกินอะไร ผมถึงบริเวณที่ทำงานประมาณบ่ายสาม ก็เอากระเป๋าหนุนหัวนอนใต้ต้นไม้ 2 ชั่วโมงก่อนเข้าทำงานที่ร้านอาหารไทย เวลา 5 โมงเย็น - สี่ทุ่ม
ก่อนจะเรียนจบประมาณ 3 เดือน Co-op office ก็จะเริ่มเปิด เพื่อให้เราได้เอา Resume ไปปรึกษาและให้เขาช่วยปรับปรุงให้ และ Co-op Office จะเก็บ soft copy ของ resume ไว้ เมื่อมีบริษัทต่างๆ ติดต่อเข้ามา (มีทั้งแบบ paid และ unpaid ที่ให้เราไปเขาก็จะ update รายละเอียดลงไปใน website และ e-mail แจ้งเราให้ทราบ ถ้าเราสนใจก็ e-mail ไปบอกเขา เขาจะส่ง resume เราไปให้บริษัทที่เราต้องการ
ผมให้ Co-op office ส่ง resume ให้ผมหลายที่ และมีบริษัทนึงสนใจเรียกสัมภาษณ์ เพราะประสบการณ์ของผมค่อนข้างตรงกับงาน จนในที่สุดผมก็ได้งานนั้นก่อนเรียนจบประมาณ 3 อาทิตย์
อดทนรอเวลาครับ มาใหม่ๆ ลำบากเหมือนกันแทบทั้งนั้น ที่สำคัญหอบลูก-เมียมาพร้อมกัน จะทำให้มีกำลังใจ และมีเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลหลายอย่างเช่น Child care, Child Tax Benefit, PST/GST Return เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)